โพลียูริเทน (Polyurethane) ฉนวนความร้อน

Polyurethane
Polyurethane

โพลียูริเทน (Polyurethane) คืออะไร?

โพลียูริเทน (Polyurethane) หรือ เรียกสั้นๆว่า PU คือ พอลิเมอร์ที่ประกอบกันอย่างน้อยสองชนิด โดยในทางวิทยาศาสตร์นั้นจะเป็นการเชื่อมกันระหว่างยูรีเทนและพอลิเมอร์ของโพลียูริเทน วัสดุที่มีโพลียูริเทนนั้นจะมีความพิเศษที่เห็นได้ชัด นั่นก็คือ ความเหนียว แข็งแรง และทนทาน ซึ่งสามารถนำไปเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสิ่งต่างๆ เช่น 

  • นำไปทำเตียง หรือที่นอน
  • ทำเป็นฉนวนสำหรับรถยนต์ หรือ เครื่องบิน
  • ใช้ในการทำเป็นฉนวนสำหรับหลังคา

โดยข้อดีอีกอย่างของ โพลียูริเทน คือ ความสามารถในการทนสารเคมีได้อย่างดีมาก ซึ่งมักจะถูกนำไปใช้สำหรับเคลือบสีและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เพราะจะช่วยป้องกันการขูดขีดได้เป็นอย่างดี ทำให้เฟอร์นิเจอร์เป็นรอยยาก พร้อมทั้งยังได้ความสวยงามและคงทนตลอดการใช้งานอีกด้วย

ข้อควรระวังเกี่ยวกับ โพลียูริเทน

หลายทศวรรษถัดมามีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอีกมากมาย จนมาถึงในปัจจุบัน เราถูกรายล้อมไปด้วยการใช้โพลียูรีเทนในทุกๆด้านของชีวิตประจำวัน แม้ว่าโพลียูรีเทนเป็นผลิตภัณฑ์ที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับชื่อนี้นัก แต่โพลียูริเทนนั้นจะ 'ซ่อนอยู่' อยู่หลังฝาครอบหรือพื้นผิวที่ทำจากวัสดุอื่นๆ

ที่มาของ โพลียูริเทน (Polyurethane)

โพลียูรีเทนถูกประดิษฐ์ขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1930 โดยศาสตราจารย์ ดร. ออตโต ไบเออร์ (พ.ศ. 2445-2525) โพลียูรีเทนมีหลากหลายประเภทซึ่งมีรูปลักษณ์และให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน ถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่การเคลือบ กาว ไปจนถึงพื้นรองเท้า ที่นอน และฉนวนโฟม อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วสารเคมีพื้นฐานของแต่ละประเภทนั้นจะเหมือนกัน


การใช้โพลียูรีเทนอย่างแพร่หลายเกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีการใช้โพลิยูรีเทนแทนยาง ซึ่งในขณะนั้นมีราคาแพงและหาซื้อได้ยาก โดยในระหว่างสงคราม มีการพัฒนาไปใช้ในงานอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเคลือบประเภทต่างๆ ตั้งแต่การตกแต่งเครื่องบินไปจนถึงเสื้อผ้าที่ทนทาน


ในช่วงทศวรรษ 1950 โพลียูรีเทนได้ถูกนำมาใช้ในสารยึดติด อีลาสโตเมอร์และโฟมแข็ง และในช่วงหลังของทศวรรษเดียวกันนั้น โฟมกันกระแทกแบบยืดหยุ่นได้คล้ายกับที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ได้รับความนิยมใช้งานเป็นอย่างมา


เคลือบโพลียูรีเทน

หลายทศวรรษถัดมามีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอีกมากมาย จนมาถึงในปัจจุบัน เราถูกรายล้อมไปด้วยการใช้โพลียูรีเทนในทุกๆด้านของชีวิตประจำวัน แม้ว่าโพลียูรีเทนเป็นผลิตภัณฑ์ที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับชื่อนี้นัก แต่โพลียูริเทนนั้นจะ 'ซ่อนอยู่' อยู่หลังฝาครอบหรือพื้นผิวที่ทำจากวัสดุอื่นๆ


โพลียูริเทน (Polyurethane) นั้นประหยัดพลังงานหรือไม่?

เนื่องจากโพลียูริเทนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เป็นที่รู้จักว่า “เป็นฉนวนที่ดีเยี่ยม” โดยโพลียูรีเทนได้ถูกนำไปใช้เป็นวิธีสำหรับแก้ไขปัญหามากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของการอนุรักษ์พลังงาน และการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม 


ผู้เชี่ยวชาญด้านโพลียูริเทนได้พยายามหาทางลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอมา เช่น โพลียูริเทนช่วยให้ทั้งครอบครัวและธุรกิจลดค่าไฟ และในขณะเดียวกันก็ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย โดยการพยายามนำไปใช้ทำฉนวนอาคารเพื่อช่วยให้มีการใช้พลังงานไฟฟ้าลดลง ซึ่งในอนาคตอาจมีแนวโน้มที่จะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมในกระบวนการผลิต และส่งผลให้โพลียูริเทนมีราคาที่ถูกลงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น


สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับโพลียูริเทน(Polyurethane)

  • ฉนวนโพลียูริเทนหนา 1.6 เซนติเมตร มีประสิทธิภาพความเป็นฉนวนเท่ากับผนังคอนกรีตหนา 1.34 เมตรเลยทีเดียว
  • กระดานโต้คลื่น หรือ Surfboard โพลียูริเทนตัวแรก ถูกสร้างขึ้นและใช้งานในปี 1950 หรือเมื่อประมาณ 70 ปีที่แล้ว

  • เนื่องจากมีการนำโพลียูริเทนเข้าสู่กระบวนการผลิตตู้เย็นในโรงงาน ทำให้ตู้เย็นรุ่นใหม่ล่าสุดมีประสิทธิภาพที่ดีมากกว่าตู้เย็นเมื่อ 15 ปีที่แล้วถึง 60%
  • ล้อของโรลเลอร์เบลดก็ทำมาจาก โพลียูริเทน เช่นกัน
  • เขื่อนในปัจจุบันมีส่วนประกอบของโพลียูริเทนอยู่ด้วย

ประโยชน์ของการเคลือบโพลียูรีเทน

โพลียูรีเทน (Polyurethane) เป็นสารที่มีความยืดหยุ่นสูง มีหลากหลายประเภท และแต่ละตัวมีการใช้งานที่เฉพาะตัว ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้แทนยางในปี 1940 โพลียูรีเทนนั้นใช้งานง่ายและสามารถนำมาแก้ไขปัญหาในอุตสาหกรรมต่างๆได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังถูกใช้เป็นสารเคลือบสำหรับพื้นผิวหรือวัสดุต่างๆ ในหลากหลายอุตสาหกรรม

เคลือบโพลียูรีเทน

การเคลือบโพลียูรีเทนนั้นเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดที่ใช้ในอาคารและอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากถึง 26% จากผลิตภัณฑ์โพลียูรีเทนทั้งหมด เนื่องจากโพลียูรีเทนมีคุณสมบัติในการป้องกันการกัดกร่อนและทำให้วัสดุนั้นมีความทนทานมากยิ่งขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมต่างๆใช้โพลียูรีเทนในการเคลือบผิววัสดุ โดยส่วนมากจะใช้ในการเคลือบพื้นผิวคอนกรีต เหล็ก และโลหะอื่นๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง ชะลอการเกิดสนิม และยังทำให้อาคารดูสวยงามอีกด้วย

อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่นิยมใช้การเคลือบโพลียูรีเทน และใช้กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่การใช้เป็นสีที่ทนต่อการขีดข่วนบนรถยนต์ไปจนถึงการเคลือบกระจกหน้ารถเพื่อให้กระจกแข็งแรงขึ้น นอกจากการใช้งานในอุตสาหกรรมการก่อสร้างและอุตสาหกรรมยานยนต์แล้ว การเคลือบโพลียูรีเทนนั้นยังใช้ในการเคลือบเฟอร์นิเจอร์, สิ่งทอ เช่น เสื้อผ้าที่กันน้ำ, อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เพื่อป้องกันความเสียหายจากความชื้นและสภาพแวดล้อม เป็นต้น

แต่หนึ่งในปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของการใช้การเคลือบโพลียูรีเทนนั่นก็คือ การที่คุณจะไม่สามารถซ่อมแซมวัสดุที่ถูกเคลือบไปได้ หากมีสิ่งผิดปกติกับวัสดุเหล่านั้น จะต้องทำการเปลี่ยนส่วนประกอบนั้นทันทีโดยไม่สามารถซ่อมแซมได้

ประโยชน์ของการเคลือบโพลียูรีเทนให้กับวัสดุ

โพลียูรีเทนนั้นมีประโยชน์หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการก่อสร้าง ซึ่งมีประโยชน์หลักๆดังนี้

  • การเคลือบโพลียูรีเทน สามารถใช้ได้กับหลากหลายวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นโลหะ ไม้ พลาสติก แทบจะใช้ได้กับพื้นผิวของวัสดุทุกประเภท เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้โพลียูรีเทนเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย
  • ช่วยเพิ่มความทนทาน เป็นรอยได้ยาก และยืดอายุการใช้งานให้กับวัสดุที่ถูกเคลือบ
  • มีความยืดหยุ่นสูง จึงยากที่จะแตกหักหรือหลุดลอก
  • มีคุณสมบัติในการกันน้ำ ป้องกันความชื้น น้ำจะสามารถกลิ้งออกจากพื้นผิวที่ถูกเคลือบโพลียูรีเทนได้ทันที
  • ยึดติดแน่นกับพื้นผิวที่โดนเคลือบ จึงไม่เกิดฟองอากาศหรือพื้นที่ว่างระหว่างวัสดุ
  • ช่วยลดเสียงรบกวน
  • มีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากโพลียูรีเทนไม่ปล่อยไอระเหยที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม แต่ต้องระมัดระวังในการใช้งาน เพราะเป็นอันตรายหากมีการรับประทานเข้าไป

สรุป

โพลียูริเทนนั้นเป็นวัสดุที่มีความอเนกประสงค์ ทันสมัย ​​และปลอดภัย ถูกนำมาใช้ในงานที่หลากหลาย เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคและอุตสาหกรรมทุกประเภทที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้ชีวิตของเราสะดวกสบายยิ่งขึ้นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โพลียูรีเทนมีราคาไม่แพงและปลอดภัย และเป็นวัสดุที่ยั่งยืนซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและการปกป้องให้กับชีวิตประจำวันของเราอีกด้วย



02.

Room Temp Cure Prepolymer

Room Temp Cure Prepolymer เช่น นำไปผลิตแม่พิมพ์ ทดแทนยางซิลิโคนให้ความทนทาน ทนการสึกหรอ เพิ่มอายุการใช้งานแม่พิมพ์มากขึ้น เรามีสินค้าความแข็งหลากหลาย ตั้งแต่ ความแข็ง 30 Shore A – 90

03.

Polyurethane & Polyurea Spray System

Polyurethane protective coating และ field repair system สำหรับ abrasion resistance และ corrosion resistance

/ Benefit

ข้อดีของผลิตภัณฑ์

Duraflex-D คือ ผู้จัดจำหน่ายสินค้าแบบครบวงจร (One Stop Shop ) เป็นบริษัท Trading company ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย น้ำยา Polyurethane Prepolymer  เราคัดเลือกแต่สินค้าที่มีคุณภาพจากทั่วโลก เราเป็นตัวแทนจำหน่าย โพลียูริเทน อิลาสโตเมอร์ จาก Coim และสาร Additive ต่างๆมากกว่า 50 ชนิด ตั้งแต่ 30 Shore A จนถึง 85 Shore D และมีทีมบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งการจัดส่งแบบ JIT (Just in Time)

น้ำยาโพลียูรีเทน เป็นสารพอลิเมอร์ชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยหน่วยชีวเคมีของการเชื่อมต่อของยูรีเทน พอลิเมอร์ของน้ำยาโพลียูรีเทน ประกอบขึ้นจากมอนอเมอร์อย่างน้อยสองชนิด วัสดุที่น้ำยาโพลียูรีเทน เป็นส่วนประกอบขึ้นอยู่กับลักษณะของคุณสมบัติ ทั้งทางด้านความเหนียว ความแข็ง และความหนาแน่น

น้ำยาโพลียูรีเทน ผลิตจากปฏิกิริยาของโพลีออลกับไดไอโซไซยาเนตหรือโพลีเมอริก ไอโซไซยาเนต โดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาที่เหมาะสม น้ำยาโพลียูรีเทน ส่วนใหญ่เป็นพลาสติกชนิดเทอร์โมเซ็ต คือ เมื่อขึ้นรูปหรือผลิตสินค้าออกมาแล้วจะไม่สามารถหลอมและขึ้นรูปใหม่ได้ ซึ่งผลิตออกมาได้หลายรูปแบบเช่น เป็นโฟมยืดหยุ่น โฟมแข็ง สารเคลือบป้องกันสารเคมี กาว สารผนึก และอีลาสโตเมอร์

น้ำยาโพลียูรีเทน ถูกผลิตขึ้นครั้งแรกในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อใช้ทดแทนยางธรรมชาติ รวมไปถึงการใช้น้ำยาโพลียูรีเทน ในการผลิตกระดาษ ผลิตก๊าซมัสตาร์ด ผลิตผ้าที่มีความทนทาน การเคลือบผิวเครื่องบิน การเคลือบโลหะ ไม้ และอิฐ เพื่อป้องกันการกัดกร่อน

นอกจากจะนำมาใช้ทดแทนยางธรรมมชาติแล้วน้ำยาโพลียูรีเทน ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่ทนต่อแรงกระแทกและสามารถรับน้ำหนักได้ดี ทนต่อการเสียดสีอีกด้วย ทั้งตัว น้ำยาโพลียูรีเทน ยังมีความความยืดหยุ่นสูง ทนทานต่อการแตกหักและการขาดของแม่พิมพ์ทำให้สามารถทำการผลิตงานตั้งแต่ชิ้นเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ได้และยังช่วยลดระยะเวลาและประหยัดแรงงานในการทำงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลดต้นทุนของผู้ผลิตได้อีกด้วย


/ Certification

Certification

/ Contact Us
Thank you! Your submission has been received!
Oops! Something went wrong while submitting the form.