ข้อดีของยาแนวรอยต่อชนิดโพลียูรีเทน (PU Sealant)

Polyurethane

ยาแนวรอยต่อ

หากคุณเคยประสบปัญหาหลังคารั่ว มีรอยร้าวที่ผนัง หรือต้องการซ่อมแซมปิดรอยต่อระหว่างวัสดุต่างๆ คุณจะต้องรู้จักยาแนวรอยต่ออย่างแน่นอน โดยยาแนวเป็นตัวช่วยในการปิดรอยต่อและยึดติดวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นการปิดรอยร้าวตามผนัง อุดหลังคารั่ว อุดรอยตามกรอบประตูหน้าต่าง หรือติดกระจก

นอกจากนี้การใช้ยาแนวรอยต่อยังช่วยป้องกันฝุ่นละออง และป้องกันน้ำซึมผ่าน เหมาะกับการใข้ป้องกันรอยต่อโครงสร้าง และปกปิดรอยต่อต่างๆเพื่อความสวยงาม

ยาแนวรอยต่อ (Sealant) นั้นมีให้เลือกใช้งานมากมายหลายแบบ แตกต่างกันที่วัสดุในการผลิต และจุดประสงค์ในการใช้งาน โดยการเลือกวัสดุยาแนวรอยต่อที่จะนำมาใช้นั้นควรคำนึงถึงพื้นที่ที่จะใช้งานและลักษณะของพื้นผิว ยาแนวรอยต่อนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่

  • ซิลิโคน เป็นยาแนวที่ได้รับความนิยม ทนความร้อนและยึดเกาะได้ดีบนพื้นผิวที่สะอาด ไม่มีคราบมัน ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก เหมาะกับงานยึดวัสดุที่มีความมันเงา เช่น กระจก อะลูมิเนียม เป็นต้น
  • อะคริลิค เป็นยาแนวที่ได้รับความนิยมในกลุ่มงานเฟอร์นิเจอร์ เหมาะกับงานปิดรอยแตก รอยต่อกรอบประตู และหน้าต่าง เน้นการใช้งานภายในมากกว่าภายนอก เพราะไม่ทนต่อแสงแดด
  • โพลียูรีเทน นิยมใช้งานประเภทการเชื่อมรอยแตก รอยต่อของโครงสร้างอาคาร มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนทาน ทนต่อแสงแดดและความร้อน ไม่หดตัว สามารถใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร
  • โมดิฟายซิลิโคน ถูกพัฒนามาจากยาแนวทั้งสามชนิดแรก เป็นยาแนวที่สามารถใช้ได้กับงานเกือบทุกประเภท อีกทั้งยังสามารถใช้กับพื้นผิวเปียกได้ด้วย แต่ราคาค่อนข้างสูง

โดยในวันนี้เราจะมาพูดถึงยาแนวรอยต่อชนิดโพลียูรีเทน และข้อดีของยาแนวรอยต่อชนิดนี้กันค่ะ

ยาแนวรอยต่อชนิดโพลียูรีเทนคืออะไร?

ยาแนวรอยต่อชนิดโพลียูรีเทน (Polyurethane Sealant) หรือที่บางคนเรียกว่า กาวพียู คือยาแนวรอยต่อที่นำโพลียูรีเทนมาใช้ในงานเชื่อมรอยแตก ปกปิดอุดรอยรั่ว รอยต่อต่างๆ หรือทำการประสานรอยแตกร้าว ทำให้เกิดความแข็งแรงมากขึ้น กาวพียูนั้นเหมาะเป็นอย่างมากกับการใข้เพื่อแก้ไขและป้องกันการรั่วซึมในการก่อสร้าง และใช้ระหว่างรอยต่อวัสดุ ในปัจจุบันยาแนวประเภทนี้มีอยู่หลากหลายแบรนด์ ซึ่งคุณสามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม

พื้นผิวที่เหมาะกับการใช้ยาแนวรอยต่อชนิดโพลียูรีเทนจะต้องสะอาด ไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน หรือสิ่งสกปรกต่างๆ อีกทั้งไม่ควรใช้งานบนพื้นผิวที่มีความร้อนสูง กลางแดดจัด หรือช่วงฝนตก โดยยาแนวรอยต่อชนิดนี้จะต้องใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมงเพื่อให้แข็งตัวและแห้งสนิท

หากไม่สามารถใช้หมดภายในครั้งแรกที่ใช้ จะต้องปิดหลอดยาแนวให้สนิท และเก็บในอุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศา เพื่อที่จะนำมาใช้ใหม่ได้ในภายหลัง โดยยาแนวนั้นมักจะมีอายุการใข้งานประมาณ 1 ปีหลังจากวันผลิต

ข้อดีของยาแนวรอยต่อชนิดโพลียูรีเทน

ยาแนวรอยต่อ
  • มีความแข็งแรง ทนทาน และเหนียวแน่นมากกว่ายาแนวประเภทอื่น อีกทั้งยังฉีกขาดได้ยาก จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง
  • มีความยืดหยุ่นสูง ไม่เกิดการหดตัวเมื่อแห้ง และยึดได้รวดเร็ว ทำให้ติดทนนานมากขึ้น
  • ใช้งานได้ทั้งภายใน และภายนอกอาคาร
  • ทนต่อความร้อน สภาวะอากาศ และรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ได้ดี
  • มีอายุการใช้งานยาวนาน โดยเฉพาะการใช้ภายในที่ไม่ถูกแสงแดด ขึ้นอยู่กับปริมาณแสงแดดและอุณหภูมิในสถานที่ใช้งาน
  • สามารถป้องกันการซึมของน้ำ แก๊ส และฝุ่นละอองได้ดี
  • สามารถใช้งานได้กับหลากหลายวัสดุ ไม่ว่าจะเป็น โครงสร้างอาคาร ปูน ไม้ อะลูมิเนียม เหล็ก กระจก โพลีคาร์บอเนต ผนัง และแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป
  • มีพื้นผิวด้าน สามารถทาสีทับ และกันน้ำได้
  • ใช้งานง่าย และไม่เกิดการไหลย้อยในขณะใช้งาน
  • เหมาะกับการอุดรอยต่อผนังสำเร็จรูป รอยต่อพื้นคอนกรีต กรอบวงกบประตู หน้าต่าง อลูมิเนียม แนวรอยต่อของแผ่นเมทัลชีทหรือแผ่นพรีคาสท์ และรอยปริแตกของอาคาร
  • สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเคลื่อนไหวของพื้นผิว และรองรับการขยับตัวของรอยต่อต่างๆทั้งภายในและภายนอกบ้าน

ทั้งนี้หากคุณต้องการใช้งานยาแนวรอยต่อ คุณควรเลือกให้ตรงกับจุดประสงค์ของการใช้งานมากที่สุด เพื่อความคุ้มค่าและประสิทธิภาพที่จะได้รับ

และหากคุณกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ยาแนวรอยต่อชนิดโพลียูรีเทน หรือ Polyurethane Sealant สามารถติดต่อทาง Duragroup ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย น้ำยาโพลียูริเทน และเคมีภัณฑ์ ให้บริการครบวงจรมากว่า 25 ปี  และพร้อมที่จะเป็น “บริษัทแรกที่ลูกค้าเรียกใช้บริการด้านโพลียูริเทน” และ “นำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า”

Website : https://www.duragroup.co/services/polyurethane

Line : https://line.me/R/ti/p/%40507saaqq